ธุรกิจร้านอาหารเติบโตได้ ด้วยทีมเวิร์คที่ดี

3 เมษายน 2561

Highlight
  • การที่ร้านอาหารจะดำเนินกิจการไปได้อย่างราบรื่น สิ่งสำคัญที่สุดที่เจ้าของกิจการต้องมี คือ พนักงานที่ดี ซื่อสัตย์และมีความสามารถ ดังนั้นเจ้าของกิจการควรมีเทคนิคในการคัดเลือกพนักงาน นอกจากนี้ควรใส่ใจในทุก ๆ รายละเอียด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกฎระเบียบที่ว่าไว้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พนักงานออกนอกทางนั่นเอง
  • การทำงานเป็นทีมที่ดีนั้นส่งผลต่อความสำเร็จของการทำงาน การเริ่มต้นทำงานเป็นทีม หากยังไม่มีทีมเวิร์คที่ดี ให้เริ่มต้นสร้างก่อน และค่อยทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าต่อไป

          งานบริการเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยคนทำงานเป็นหลัก ซึ่งการทำให้งานมีคุณภาพ มีการบริการที่ประทับใจลูกค้าได้นั้น ต้องรู้จักการสร้างทีมงานที่ดี ซึ่งทาง SCB SME ได้เชิญ คุณนิติรุจน์ อติพัฒนะพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มาให้คำแนะนำการสร้างทีมงานที่ดีสำหรับธุรกิจอาหารที่สามารถนำไปปฏิบัติกันได้ 

          ในการทำธุรกิจผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะแก้ไขปัญหาทางธุรกิจด้วยตัวเอง แต่การสร้างธุรกิจให้เติบโตและมั่นคงนั้นทีมเวิร์คเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ การที่ร้านอาหารจะดำเนินกิจการไปได้อย่างราบรื่น สิ่งสำคัญที่สุดที่เจ้าของกิจการต้องมีคือ พนักงานที่ดี ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟล้วนต้องมีการคัดสรรที่ดี เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการในครั้งต่อ ๆ ไป  ดังนั้น นอกจากการบริการและอาหารที่สะอาดและอร่อยแล้ว บุคลิกภาพ รูปร่างหน้าตาของผู้คอยให้บริการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะพนักงานถือได้ว่าเป็นตัวแทนหรือ Brand ambassador ของร้านอาหาร ทั้งนี้ ท่าทางและบุคลิกภาพที่ดีของพนักงานนอกจากจะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของเราประทับใจแล้ว ยังทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในการให้บริการของทางร้านอาหารด้วย และเมื่อลูกค้าเกิดความประทับใจในรสชาติและการบริการของร้านอาหารก็แปลว่าโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการใหม่อีกครั้ง ย่อมมีโอกาสการบอกเล่าเกี่ยวกับร้านอาหาร รวมถึงเกิดการแชร์ความรู้สึกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะเพิ่มช่องทางในการโฆษณาให้กับร้านอาหารโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

          เจ้าของร้านต้องมีการทดสอบไหวพริบและการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดให้กับพนักงานในส่วนนี้จะเป็นการเช็คความพร้อมและไหวพริบในการตอบสนองต่อลูกค้าในแต่ละเหตุการณ์ โดยที่เจ้าของกิจการอาจจะสมมติเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อทดสอบว่า คนที่จะมาเป็นพนักงานของคุณจะมีวิธีการแก้ไขและรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งในการทดสอบรูปแบบนี้จะทำให้เราได้รู้และมั่นใจได้ว่า คนที่คุณจะรับเข้าทำงานจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ดีขนาดไหน เรียกได้ว่ามีทักษะความสามารถในการสื่อสาร ปฏิภาณไหวพริบในการโต้ตอบกับลูกค้าได้ดี ให้ลูกค้าเกิดความพอใจสูงสุด และหลังจากที่มีการทดสอบเบื้องต้นไปสำหรับการแก้ไขและจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้าไปแล้ว คุณก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าคนที่จะรับเข้าทำงานจะมีใจรักในการบริการจริงและมากน้อยแค่ไหน

          หลังจากทำการทดสอบและสัมภาษณ์งานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณาคัดเลือกบุคคล ซึ่งถือว่าขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายและสำคัญที่สุดในการรับสมัครพนักงานโดยการคัดกรองขั้นแรกเป็นการเลือกคนที่มีความสามารถและน่าสนใจที่สุด จากผู้สมัครทั้งหมดออกมาจำนวน 3 คน และหลังจากนั้นก็ทำการพิจารณาเลือกคนที่มีความโดดเด่นสูงที่สุด เพื่อ “เป็นคนที่ใช่” ในตำแหน่งงานที่คุณต้องการหลังจากที่ได้รับพนักงานเข้ามาทำงานกับเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นคุณจะต้องมีวิธีและเทคนิคการบริหารจัดการ เพื่อดึงเอาความสามารถและศักยภาพที่มีในตัวพนักงานคนนั้นออกมาให้ได้มากที่สุดและเมื่อได้พนักงานตามที่ต้องการแล้ว หลังจากนี้คุณจะต้องมีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการพิจารณาว่า พนักงานที่รับมา สามารถทำงานตามที่ได้รับมอบหมายได้หรือไม่นั้นต้องมีการทดลองงานโดยส่วนใหญ่การทดลองงานจะมีระยะเวลาอยู่ที่ 3 เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้พนักงานใหม่ได้มีเวลาเรียนรู้งานและปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงาน

          นอกจากนี้การให้พนักงานทำในสิ่งที่รัก และสิ่งที่ถนัดจะส่งผลดีกับร้าน ไม่ว่าจะเป็นคนทำอาหาร พนักงานต้อนรับหรือบริการลูกค้า เพราะการที่พนักงานได้ทำในสิ่งที่รักและถนัดจะทำให้ตัวพนักงานมีความมั่นใจและใส่ใจในงานที่ได้รับมอบหมาย เราต้องให้อิสระในการทำงานเพื่อแสดงให้พนักงานเห็นว่าเรามั่นใจและเชื่อใจในการทำงานของพวกเขา เป็นการใช้จิตวิทยาเข้ามามีบทบาทในการสร้างความไว้ใจและความเชื่อใจกันภายในองค์กร

          เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางและไปได้ดีแล้ว ลองให้พนักงานหลังร้านสลับมาทำหน้าที่ในการต้อนรับหรือบริการลูกค้า และให้พนักงานที่ทำงานอยู่หน้าร้านได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานหลังร้านดู เพื่อเป็นการสร้างสีสันในการทำงาน และทำให้พนักงานได้เรียนรู้ระบบการทำงานของคนอื่นด้วย เมื่อพนักงานความเข้าใจรูปแบบในการทำงานของแต่ละคนและมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันมากขึ้นนั่นเอง

          “เจ้าของร้านไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง หน้าที่ของเจ้าของร้านหลักคือ วางแผน ควบคุมและติดตาม การมีทีมงานดีก็จะสามารถทำให้กิจการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ การค้นหาทีมงานที่เหมาะกับร้านไม่ใช่เรื่องง่ายต้องยอมรับว่าการทำงานเป็นทีมนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะมีอุปสรรคอยู่ที่ศักยภาพของสมาชิกในทีม ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสามารถที่ไม่เท่ากันของแต่ละคน ทำให้ทีมก้าวเดินไปได้ช้า ดังนั้น หัวหน้าทีมจึงต้องสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับสมาชิกในทีม มีคนทำงานคนใดบ้างที่ยังทำงานได้ช้า เหตุใดเขาจึงทำงานได้ช้า เป็นเพราะติดขัดกับปัญหาใดหรือไม่ หากมีให้ช่วยทำการแก้ไข เมื่อสมาชิกทุกคนในทีมมีความรู้ความสามารถในระดับที่ใกล้เคียงกันแล้ว การทำงานก็จะเร็วขึ้น และในขณะเดียวกัน เพื่อให้เกิดศักยภาพในการทำงานเป็นทีม เราควรสร้างแรงจูงใจในการทำงาน และทัศนคติด้านบวกให้กับทีม นำมาซึ่งความมุ่งมั่นในการทำงานให้ประสบความสำเร็จต่อไป”