ยกระดับหวายสัญชาติไทย ดังไกลตลาดโลก

5 สิงหาคม 2560

Highlight
- ผู้ผลิตที่ดีต้องทำตัวเป็นผู้บริโภค เข้าใจเขา เข้าใจเรา เพราะการทำธุรกิจสิ่งแรกที่ต้องมองคือกลุ่มเป้าหมาย เมื่อเราได้กลุ่มที่ชัดเจนแล้วก็ลองเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้ขายมาเป็นลูกค้าดู เราอยากได้อะไรจากผู้ผลิต และทำให้ตรงความต้องการลูกค้า
- ทำในสิ่งที่รัก โฟกัสในสิ่งที่ทำ ธุรกิจจะไปได้ต้องอยู่ที่ความชอบของผู้ทำเป็นที่ตั้ง เพราะเมื่อเราชอบ แล้วเราจะมีความสุขไปกับมัน หากคิดจะเริ่มต้นธุรกิจก็ขอให้โฟกัสจริงจัง ไม่ต้องทำตามคนอื่น ไม่ต้องอิงเทรนด์ตามตลาดมากมายเพราะถ้าวันหนึ่งที่การแข่งขันสูง แล้วเราทำอะไรขายเหมือนที่หลายๆ คนทำ สิ่งที่อยู่ได้ก็คือต้องหันมาตัดราคาสินค้า แล้ววันหนึ่งยอดขายก็ไม่ได้ตามเป้า ธุรกิจก็ไปไม่รอดในที่สุด
- พาร์ทเนอร์ดีทำให้ธุรกิจขายได้ การจะต่อยอดธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ สิ่งสำคัญมากๆ คือการหาพาร์ทเนอร์ เพื่อเราจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมขององค์กรและคนของประเทศนั้นๆ ว่าสินค้าที่เราจะเอาไปขายเข้ากับกลุ่มเป้าหมายเราหรือไม่ เบื้องต้นควรสกรีนก่อนว่าพาร์ทเนอร์เขารู้จักสินค้าเราแค่ไหน ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมา ถ้าผ่านก็ค่อยลงมือทำ
- หยุดเมื่อไม่มีใจ ดีกว่าดื้อแล้วไปต่อ ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ถ้าวันหนึ่งคุณไม่มีใจในการทำธุรกิจ ไม่มีสมองที่จะไปต่อยอดสินค้า พยายามอย่าฝืนที่จะไปต่อ เพราะนั่นคือการเอาเงิน เอาทรัพยากรที่มีทั้งหมดไปผลาญ ความสุขไม่เกิดแถมเงินก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ
- แบรนด์ดี สินค้าดีมีแต่คนต้องการ การจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศ อันดับแรกที่เจ้าของสินค้าหรือเจ้าของธุรกิจควรโฟกัสคือการสร้างแบรนด์ ทำให้สินค้าเรามีชื่อเสียงในประเทศตัวเองก่อน แล้วค่อยๆ พาไปให้คนภายนอกได้รู้จัก เมื่อเขาเห็นว่าของเราดี ที่สุดแล้วเขาก็มาหาเราเอง

จากจุดเริ่มต้นครอบครัวที่ทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หวายเล็กๆ ในจังหวัดตราด ตระเวนขายของตามงานเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่พัน และความยากลำบากของพ่อแม่ที่เธอเห็นทำให้คุณหนึ่ง-อนัญพร มงคล ตัดสินใจลาออกจากงานประจำซึ่งเป็นวิศวกร มาต่อยอดธุรกิจของพ่อแม่ จากยอดขายหลักแสนบาทต่อปีภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีเธอสามารถส่งออกธุรกิจหวายไปกว่า 12 ประเทศ สร้างรายได้ 270 ล้านบาทต่อปี มีพาร์ทเนอร์อีกประมาณ 30-40 ประเทศทั่วโลก

ปัจจุบันแบรนด์ Chicfur Niche ที่ทำตลาดในประเทศไทย และแบรนด์ SARNN (สาน) ที่ส่งออกขายทั่วโลก มีคุณหนึ่งเป็นกำลังหลัก ทำยอดขายได้ถึง 1,000 เท่าจากธุรกิจเดิมของพ่อแม่ที่ทำมากว่า 30 ปี สำหรับคน Gen Y ที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจหรือเริ่มขยับขยายไปทำตลาดต่างประเทศ กรณีของคุณหนึ่งอาจเป็นคำตอบให้ใครหลายๆ คน SCB จึงได้ชักชวนมาร่วมเผยประสบการณ์ในการทำธุรกิจ SME ทำอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จและก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยร่วมพูดคุยภายในงาน “แกะรอย 100 ล้าน Young Self-Made Millionaire” Presented by SCB ตอน THE TRANSFORMERS ON TOUR เปลี่ยนมุมคิดพลิกธุรกิจสู่ร้อยล้าน ที่จังหวัดชลบุรี 

ผู้ผลิตที่ดีต้องทำตัวเป็นผู้บริโภค
เข้าใจเขา เข้าใจเรา เพราะการทำธุรกิจสิ่งแรกที่มองคือกลุ่มเป้าหมาย เมื่อเราได้กลุ่มที่ชัดเจนแล้วก็ลองเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้ขายมาเป็นลูกค้าดู เราอยากได้อะไรจากผู้ผลิต อยากได้ความน่าเชื่อถือ อยากได้งานที่มีคุณภาพ อยากได้สินค้าที่ตรงตามความต้องการ ถ้าผู้ผลิตหรือผู้ขายทำได้ลูกค้าก็แฮปปี้ และมีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำ อย่างช่วงแรกที่คุณหนึ่งเริ่มมาทำธุรกิจหวาย ลูกค้าอยากได้อะไรเธอก็ทำให้หมดแม้จะเป็นเพียงชิ้นเดียวก็ทำ ในแง่ธุรกิจอาจจะไม่คุ้ม แต่เธอคิดว่าการได้ทำงานที่แตกต่างไปจากกรอบเดิมๆ ก็คือได้พัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ทำงานแปลกใหม่ และสิ่งสำคัญคือได้ใจลูกค้า ทำให้มีการบอกต่อๆ กันไปเยอะ อย่างตอนนี้โซเชียลก็มีส่วนสำคัญ การที่ลูกค้าเห็นว่าสินค้าเราดี มีการโพสต์และแชร์ต่อๆ กันไป ก็ช่วยให้แบรนด์มีแวลูเพิ่มขึ้น ถือเป็นกิมมิกเล็กๆ ของการเริ่มต้นทำธุรกิจที่จะต่อยอดได้ในอนาคต
 
ทำในสิ่งที่รัก โฟกัสในสิ่งที่ทำ
ธุรกิจจะไปได้ต้องอยู่ที่ความชอบของผู้ทำเป็นที่ตั้ง เพราะเมื่อเราชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วเราจะมีความสุขไปกับมัน หากคิดจะเริ่มต้นธุรกิจก็ขอให้โฟกัสจริงจัง ไม่ต้องไปทำตามคนอื่น ไม่ต้องอิงเทรนด์ตามตลาดมากมายเพราะถ้าวันหนึ่งที่การแข่งขันสูง แล้วเราทำอะไรขายเหมือนที่หลายๆ คนทำ สิ่งที่อยู่ได้ก็คือต้องหันมาตัดราคาสินค้า แล้ววันหนึ่งยอดขายก็ไม่ได้ตามเป้า ธุรกิจก็ไปไม่รอดในที่สุด แต่ธุรกิจของคุณหนึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปี เพราะเขาสร้างงานมาจากสิ่งที่พ่อแม่รัก จากสิ่งที่ตัวเองผูกพันมากว่า 30 ปี ทำมาเรื่อยๆ ตามทรัพยากรที่มี ขายตามออเดอร์ที่สั่ง พยายามพัฒนารูปแบบจากหวายบ้านๆ ให้ดูโมเดิร์นขึ้น สามารถเข้าไปเป็นเฟอร์นิเจอร์ให้กับบ้านหรูๆ โรงแรมระดับไฮเอนด์ได้อย่างสวยงาม แม้หวายจะไม่โดดเด่นในสายตาคนไทยแต่เมื่อได้ไปตลาดโลกแล้วก็กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์น้ำดีที่ใครๆ ก็ต้องการ
 
พาร์ทเนอร์ดีทำให้ธุรกิจขายได้
การจะต่อยอดธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ สิ่งสำคัญมากๆ คือการหาพาร์ทเนอร์ เพื่อเราจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมขององค์กรและคนของประเทศนั้นๆ ว่าสินค้าที่เราจะเอาไปขายเข้ากับกลุ่มเป้าหมายเราหรือไม่ เบื้องต้นควรสกรีนก่อนว่าพาร์ทเนอร์เขารู้จักสินค้าเราแค่ไหน ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมา ถ้าผ่านก็ค่อยลงมือทำ ระยะแรกที่เริ่มแตะตลาดต่างประเทศคุณหนึ่งก็พยายามขายสินค้าด้วยตัวเอง แต่เมื่อเราไม่รู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกลุ่มเป้าหมายนั่นคือการสูญเสียเงินไปเปล่าๆ ทุกวันนี้มีคนอยากจะเอาเฟอร์นิเจอร์หวายไปขายต่างประเทศเยอะแยะ คุณหนึ่งก็เลยต้องตั้งกฎเกณฑ์คนที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ขึ้นมา สิ่งแรกที่ดูคือมีหน้าร้านมั้ย ขายมากี่ปี ขายทางไหนบ้าง ถ้าเขาตอบไม่ได้ก็หยุดไว้ตรงนี้ ไม่ต้องไปต่อ การทำธุรกิจแรกๆ ไม่ได้ทำแล้วได้เงินเลย เพราะฉะนั้นเรื่องของธุรกิจก็ไม่ใช่แค่ทำเล่นๆ ต้องมองกันไปยาวๆ 
 
หยุดเมื่อไม่มีใจดีกว่าดื้อแล้วไปต่อ
ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ถ้าวันหนึ่งคุณไม่มีใจในการทำธุรกิจ ไม่มีสมองที่จะไปต่อยอดสินค้า ก็พยายามอย่าฝืนที่จะไปต่อ เพราะนั่นคือการเอาเงิน เอาทรัพยากรที่มีทั้งหมดไปผลาญ ความสุขไม่เกิดแถมเงินก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ คนเราเมื่อมันหมดใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในฐานะคนทำธุรกิจก็ควรเลิก เลิกตั้งแต่ยังไม่เจ็บตัวมาก อาจจะขายธุรกิจหรือหาคนมาบริหารแทน อาจจะมีหุ้นไว้ถ้าคิดว่าธุรกิจเรามีโอกาสจะเติบโตต่อไปได้ แต่ต้องทำใจว่าการบริหารหรือการปรับปรุงองค์กร ธุรกิจมันไม่ใช่ของเราต่อไป
 
แบรนด์ดี สินค้าดีมีแต่คนต้องการ
การจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศ อันดับแรกที่เจ้าของสินค้าหรือเจ้าของธุรกิจควรโฟกัสคือการสร้างแบรนด์ ทำให้สินค้าเรามีชื่อเสียงในประเทศตัวเองก่อน แล้วค่อยๆ พาไปให้คนภายนอกได้รู้จัก เมื่อเขาเห็นว่าของเราดี เขาก็มาหาเราเอง สำหรับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หวายของคุณหนึ่ง สิ่งที่ขายได้คืองานฝีมือดีมีคุณภาพ เพราะทำมานานกว่า 30 ปีตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ หลังจากคุณหนึ่งมาดูแลเต็มตัว เธอจะตั้งกฎให้ตัวเองว่า สินค้าทุกออเดอร์ต้องมัดจำก่อนครึ่งหนึ่งส่วนเงินที่เหลือก็จ่ายก่อนส่งสินค้า ที่ทำอย่างนี้ได้เพราะว่าลูกค้ามีความเชื่อถือในผลงาน เชื่อใจในแบรนด์ สำคัญคือทั้งสองฝ่ายแฮปปี้ ลูกค้าได้งานดี ผู้ผลิตก็ได้ลูกค้าดี ไม่ต้องไปตามทวงหนี้ เป็นการสกรีนลูกค้าดีๆ เข้ามาในชีวิตอีกทาง