จากชีวิตล้มละลาย สำเร็จได้เพราะจับตลาดถูกทาง

19 สิงหาคม 2560

Highlight :
            - หากตั้งใจว่าในชีวิตนี้จะจับธุรกิจสักอย่างเพื่อเลี้ยงตัวเอง สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการมองหาโอกาส ต่อมาคือความพยายามและอดทน ทุกการเดินทางย่อมมีอุปสรรค ทุกธุรกิจย่อมมีปัญหา ค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละขั้น คนที่ท้อตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มย่อมไม่เห็นความสำเร็จข้างหน้า
            -ทำธุรกิจอาหาร รสชาติต้องดีและราคาที่จับต้องได้ เริ่มแรกคุณผึ้งทำเค้กขายที่ตลาดนัดชิ้นละ 50 บาท ถ้าขายไปเรื่อยๆ ก็อยู่ได้ แต่เธอกลับไปมองตลาดอีกกลุ่มที่รายได้น้อย ปรับราคาลงมาแต่ให้คุณภาพเท่าเดิม เมื่อจับตลาดได้ถูกทางก็เริ่มขยายธุรกิจ จากผู้ผลิตรายย่อยกลายมาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ในที่สุด
            -แตกแบรนด์เพื่อต่อยอด กลยุทธ์การขายต้องวางให้ดี เมื่อแบรนด์แรกสำเร็จ การแตกแบรนด์ก็เกิดขึ้นเพื่อขยายตลาด หากอยากไปต่อ ต้องวางกลยุทธ์การขายให้ดี ต้องรู้ว่าลูกค้าเราคือใคร ควบคุมคุณภาพสินค้าให้ดี และสร้างจุดเด่นให้สินค้าเป็นที่รู้จัก
            -ควรเก็บเงินสดไว้เป็นทุนสำรอง จะทำธุรกิจก็ขอให้มีเงินสดเป็นทุนสำรองไว้สักก้อน เพื่อป้องกันการหมุนเงินไม่ทัน อย่าเพิ่งรีบร้อนลงทุนให้มาก วางแผนจัดการระบบการเงินให้ดี ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ละเอียด และคอยประเมินสถานการณ์ธุรกิจเราอยู่เรื่อยๆ
 
เค้กหน้าตาดี 3 ชิ้น 100 ที่ขายดิบขายดีกันตามตลาดนัด รสชาติและคุณภาพเทียบได้กับเบเกอรีราคาแพงหลายๆ เจ้า หากคุณรู้ที่มาที่ไปของแบรนด์ Sweet ‘n Soft Cake ที่จุดเริ่มต้นมาจากคุณผึ้ง-ประภากร ไชยมาตร เด็กสาวชีวิตล้มละลายตั้งแต่เริ่มบรรลุนิติภาวะ จากแม่ค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่นที่ประตูน้ำ ขายดิบขายดีแต่ก็เจ๊งเพราะโดนโกง ต้องขายบ้าน ขายรถ มิหนำซ้ำกำลังจะคลอดลูกคนที่สองแต่เงินกินข้าวก็แทบไม่มี วันหนึ่งเธอได้ทุนจากคุณแม่มา 2,000 บาท จึงเกิดไอเดียอยากจะทำเค้กขายเพราะได้ชิมบลูเบอร์รีชีสพายจากคนรู้จักแล้วติดใจ จากนั้นก็หาสูตรทางอินเทอร์เน็ตมาเรื่อยๆ
 
ทำขายครั้งแรกในตลาดนัดก็ขายดี มีคนชมว่าอร่อย จึงเป็นกำลังใจให้คุณผึ้งคิดค้นสูตรและทำเค้กขายเรื่อยมา ผ่านมา 6-7 ปี คุณผึ้งกลายเป็นเจ้าของธุรกิจเค้กร้อยล้าน มีสาขา 300 แห่งทั่วประเทศ ทำยอดขายวันละ 20,000 ชิ้น รายได้ต่อเดือนประมาณ 20 ล้านบาท ทาง SCB SME จึงชวนคุณผึ้งมาพูดคุย แนะแนวทาง สร้างโอกาสให้คนที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจได้มีกำลังใจไปต่อ โดยครั้งนี้ On Tour ไปที่จังหวัดสงขลา ภายใต้ชื่องานว่า “แกะรอย 100 ล้าน Young Self-Made Millionaire” Present by SCB ตอน The Transformer on Tour
 
มองหาโอกาส พยายาม และอดทน
หากตั้งใจว่าในชีวิตนี้จะต้องมีธุรกิจตัวเองสักอย่าง สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือความพยายาม แม้เจออุปสรรคก็อย่าเพิ่งท้อ อย่างคุณผึ้งเริ่มทำธุรกิจขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำได้เงินวันละสองสามแสนบาท แต่ด้วยประสบการณ์ยังน้อย ขายแต่หน้าร้านแต่ไม่ได้ลงไปควบคุมขั้นตอนการผลิต โดนโกงจนเป็นหนี้ก้อนโตในวัย 20 ปี กลายเป็นบุคคลล้มละลาย แต่วันหนึ่งชีวิตก็มองเห็นหนทาง เมื่อมีคนรู้จักเอาบลูเบอร์รีชีสพายมาให้ชิม ตอนนั้นเธอก็กำลังจะคลอดลูกคนที่สอง เงินจะกินก็แทบไม่มี เมื่อคุณแม่มาหาพร้อมให้เงิน 2,000 บาท บอกให้เอาไปต่อยอดชีวิต คุณผึ้งเลยคิดว่าจะทำเค้กขาย จุดประกายให้เธอหันมาเอาดีธุรกิจทำเค้กเพื่อตั้งตัวอีกครั้ง ระหว่างทางเจอปัญหาหลายรูปแบบแต่ไม่ท้อถอย สู้และปรับปรุงธุรกิจไปเรื่อยๆ จนทุกวันนี้สร้างโรงงานผลิตเค้กใหญ่โต ที่แต่ละปีขายเค้กได้หลายล้านชิ้น ทำรายได้เกือบ 250 ล้านบาทต่อปี
 
ทำธุรกิจอาหาร รสชาติต้องดีและราคาที่จับต้องได้
ครั้งแรกคุณผึ้งทำเค้กขายที่ตลาดนัด ชิ้นละ 50 บาท ขายหมด 50 ชิ้นในเวลารวดเร็วเพราะคุณภาพคุ้มราคา แต่มีลูกค้าบางกลุ่มอยากซื้อกินแต่รายได้น้อย เธอจึงปรับราคาเป็นขาย 3 ชิ้น 100 บาท โดยทำคุณภาพและรสชาติเท่าเดิม ลูกค้าจึงเพิ่มขึ้นมาจากตลาดอีกกลุ่ม เริ่มมีออเดอร์มากขึ้น ด้วยความกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้าเอาใจตลาดล่าง จากที่เคยเช่าตึกคนอื่นทำเค้ก กลายเป็นต้องเปิดโรงงานเพื่อทำขายส่ง เพราะมีแม่ค้ามาขอซื้อถึงที่เป็นหมื่นๆ ชิ้น เธอยังยืนหยัดในการทำของดี มีคุณภาพ วัตถุดิบบางอย่างเริ่มใช้ของนำเข้า สร้างความโดดเด่นให้สินค้าด้วยการทำหน้าตาเค้กให้ดูดี มีให้เลือกหลากหลาย สร้างจุดขายว่าเป็นเค้กโฮมเมด หวานน้อย เพราะ 1 วง (มี 10 ชิ้น) ใช้น้ำตาลไม่ถึงขีด ได้ใจตลาดคนรักสุขภาพ ในราคาถูกเหลือเชื่อ แบรนด์ Sweet ‘n Soft Cake จึงกลายเป็นที่นิยมในเวลาไม่นาน เธอจึงเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ผลิตเต็มตัวภายในระยะเวลา 2 ปีเท่านั้น
 
แตกแบรนด์เพื่อต่อยอด กลยุทธ์การขายต้องวางให้ดี  
เมื่อแบรนด์ Sweet ‘n Soft Cake กลายเป็นที่รู้จัก คุณผึ้งไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะยังคงเห็นโอกาสดีๆ จากลูกค้าอีกหลายตลาด เธอรู้อย่างชัดเจนว่าอยากขายให้ใคร ผู้ซื้อเป็นแบบไหน อย่างแบรนด์ ‘หอมมนต์ เบเกอรี่’ เน้นไปที่ตลาดกำลังซื้อน้อย ด้วยคอนเซ็ปต์ ตั้ง ตัก ขาย ได้กำไรเดือนละ 1 แสนบาท ทำให้ผู้ค้ารายย่อยติดต่อขอรับเค้กไปขายจำนวนมาก ด้วยงบลงทุนเพียง 2,590 บาท ทุกคนก็สามารถรับเค้กไปขายได้แล้ว โดยทางแบรนด์มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ ตอนนี้สร้างเครือข่ายขายเค้กได้วันละเกือบ 2,000 วง (วงละ 10 ชิ้น) รายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 13 ล้านบาท อีกตลาดที่คุณผึ้งเห็นว่ามีช่องทางการขาย คือกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความไว เช่น พวกบริษัท ออฟฟิศต่างๆ หากอยากสั่งเค้กปุบปับให้ลูกค้าขึ้นมาแต่ไม่มีเวลาไปเดินซื้อ เธอจึงได้เปิดอีกแบรนด์ใหม่ในชื่อ ‘Many Many Delivery Cake’ บริการแบบเดลิเวอรีเพียงโทร.สั่งล่วงหน้า 2 ชั่วโมง ตอบสนองลูกค้าอีกกลุ่ม เมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าเป็นใคร ขอแค่วางกลยุทธ์ให้โดนใจก่อนแตกแบรนด์เพื่อขยายธุรกิจ
 
ควรเก็บเงินสดไว้เป็นทุนสำรอง
ด้วยความที่ธุรกิจเสื้อผ้าที่เคยทำครั้งแรกคุณผึ้งใช้เครดิตซื้อของ ไม่มีการวางแผนการเงินเพราะประสบการณ์ยังน้อย พอธุรกิจโดนโกงเริ่มไปไม่รอดก็ไม่มีเงินสดมาจ่ายหนี้โรงงานจนต้องล้มละลาย เธอได้ข้อคิดหลายๆ เรื่องจากการล้มเหลวครั้งนั้น หากคิดจะทำธุรกิจสักอย่างควรเริ่มทำแต่พอตัว พอประมาณ ค่อยๆ ลงทุนอย่าเพิ่งรีบร้อนเทให้หมดหน้าตัก สำคัญควรมีเงินสดอีกก้อนเก็บแยกไว้ต่างหาก สิ่งนี้สำคัญมาก การเริ่มต้นธุรกิจต้องมีเงินทุนสำรอง มีเงินหมุนเวียน หรือไม่เช่นนั้นอาจไปปรึกษาธนาคารที่ไว้ใจได้เพื่อขอกู้เงิน จากนั้นวางแผนจัดการระบบการเงินให้ดี ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ละเอียด เพื่อจะได้ประเมินสถานการณ์ต่อไปได้ถูก ว่าธุรกิจของเรานั้นกำไรหรือขาดทุน ยังมีโอกาสไปต่อได้หรือควรต้องหยุด