ภูมิใจในบ้านเกิด ส่งออกทั่วโลกด้วยความเป็นไทย

2 กันยายน 2560

Highlight :
  • กล้าที่จะตั้งราคาและหาจุดขายให้เจอ มั่นใจว่าเราทำสินค้าออกมาดีที่สุด พัฒนาและเพิ่มมูลค่าสินค้าเราให้ได้ ถ้าจะขายของแพงต้องกล้าตั้งราคา ต้องหาวิธีทำอย่างไรก็ได้ให้คนกลับมากินกาแฟเราซ้ำแล้วซ้ำอีกให้ได้ด้วย
  • จงภูมิใจความเป็นไทย ไม่ต้องทำตัวเป็นชาติอื่น ไม่ต้องกลัวว่าชื่อไทยๆ จะเชย หรือการใส่ชื่อท้องถิ่นจะล้าสมัย เทรนด์โลกตอนนี้คือการ “ใส่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” ให้รู้ไปเลยว่าสินค้านี้มาจากส่วนไหนของโลก ช่วยเพิ่มมูลค่าและการจดจำได้ดี
  • ซื่อสัตย์และพิถีพิถันในสิ่งที่ทำ หัวใจของการสร้างมาตรฐานระดับโลก คือความซื่อสัตย์ของคนที่ทำงานด้วย ความพิถีพิถัน ความใส่ใจในแต่ละขั้นตอนของเราเอง ที่ต้องมีใส่ลงไปในการสร้างสินค้าเสมอ
  • หันกลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เทรนด์ดื่มกาแฟของโลกกำลังเปลี่ยนไป คนไม่ได้ดื่มกาแฟแค่รสชาติ แต่อยากรู้ไปถึงว่ากาแฟที่เขาดื่มนั้นช่วยโลก ช่วยป่า ช่วยชาวบ้านให้มีรายได้หรือไม่ เราจำเป็นต้องรู้เทรนด์โลกและปรับตัวตามให้ได้
  • ควรรู้รายละเอียดก่อนการส่งออกให้ดี ถ้าจะส่งตลาดโลก ต้องเตรียมตัวให้พร้อม รู้กฎระเบียบและทำตัวตามมาตรฐานที่เขาต้องการ เพื่อให้การส่งเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เสียเงิน ไม่เสียเวลาฟรี
กาแฟดอยช้าง กาแฟไทยที่ส่งขายไปทั่วโลกโดยมียอดขายถึง 5-600 ล้านบาทต่อปี ในอดีตดอยช้างมีแต่ภูเขาหัวโล้นที่ปลูกฝิ่น เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 นำกาแฟต้นแรกไปให้ชาวเขาบนดอยรู้จัก หลังจากนั้นกาแฟก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา แต่การต่อยอดและดันกาแฟดอยช้างให้ส่งออกไประดับโลกไม่ได้ทำง่ายๆ ต้องใช้เวลาและทีมงานที่แข็งแกร่ง รวมถึงความสามัคคีของคนในชุมชนที่ช่วยผลักดันให้สินค้า Local ไป Global ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยงานนี้ SCB SME ได้รับเกียรติจาก “คุณอาเดล-ปณชัย พิสัยเลิศ”กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด มาร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาในงานสัมมนา “แกะรอย 100 ล้าน (Young Self-Made Millionaire Presented by SCB)” ตอน THE TRANSFORMERS ON TOUR เปลี่ยนมุมคิดพลิกธุรกิจสู่ร้อยล้าน ที่ยกทีมไปออนทัวร์กันถึงจังหวัดเชียงราย
 
กล้าที่จะตั้งราคาและหาจุดขายให้เจอ          
คนทั่วโลกดื่มกาแฟจนเป็นวัฒนธรรม คนไทยทุกวันนี้ก็ดื่มกาแฟ เวลาไปร้านกาแฟแล้วจ่ายเงินค่ากาแฟ เราจะไม่เคยบ่นว่าแพง ไม่เหมือนเวลากินข้าวที่คนจะรู้สึกว่าแพง ต้นทุนกาแฟต่อแก้วต่ำมาก ที่เหลือคือมูลค่าเพิ่มที่เราจะใส่เข้าไป หน้าที่เราคือพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น อย่าไปกลัวว่ากาแฟเราจะดีสู้เจ้าอื่นๆ ไม่ได้ ไม่มีกาแฟของใครดีที่สุด ตัวเราเองก็พูดไม่ได้ว่าของเราดีที่สุด ต้องให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสินว่าของใครดีที่สุด เขาชอบกินแบบไหน ถ้าผู้บริโภคชอบแพงแค่ไหนเขาก็ยอมจ่าย กาแฟดีๆ ทั่วโลกไม่ได้มีแค่ของดอยช้าง อย่างเมืองไทยมีหลายที่มากที่ปลูกและส่งออก สิ่งสำคัญนอกจากการผลิตกาแฟให้ได้คุณภาพดีแล้ว ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้บริโภคดื่มแล้วกลับมาดื่มซ้ำอีก นั่นต่างหากคือสิ่งที่ต้องคิดต่อ

จงภูมิใจความเป็นไทย ไม่ต้องทำตัวเป็นชาติอื่น
กาแฟดังๆ ที่คนรู้จักทั่วโลก มักจะมีชื่อเรียกที่สืบสาวไปถึงแหล่งเพาะปลูก เช่น กาแฟเคนย่า กาแฟบลูเมาเท่น ดังนั้นเมื่อเราจะพากาแฟไทยไปให้คนทั้งโลกรู้จัก ก็ควรใช้ชื่อไทยๆ ที่บอกไปถึงแหล่งเพาะปลูกว่ามาจากไหน เพราะแต่ละพื้นที่มีลักษณะพิเศษ เอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกันไป เมื่อผู้บริโภคได้ดื่มกาแฟของเราจะรู้และจำได้ทันทีว่านี่คือกาแฟจากเมืองไทย เทรนด์โลกตอนนี้คือการใส่ “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” การลงท้ายชื่อสินค้าด้วยชื่อท้องถิ่นนั้นๆ อย่างเช่น เนื้อคิวชู, ไวน์จากแคว้นเบอร์กันดี เพราะเมื่อใส่ลงไปแล้วจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดโลกและแบรนด์จะถูกจดจำได้ง่าย
 
ซื่อสัตย์และพิถีพิถันในสิ่งที่ทำ
การจะรวมเมล็ดกาแฟจากทั้งดอยมาไว้รวมกัน แล้วจะได้มาตรฐานเดียวกันเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าจะไปถึงระดับโลกต้องซื่อสัตย์ในสิ่งที่ทำ เริ่มตั้งแต่การเก็บเมล็ด การเก็บเมล็ดกาแฟที่ดี คือการเก็บแต่เมล็ดที่สุกเท่านั้น ถ้ามีเมล็ดดิบปนมาจะทำให้กาแฟรสชาติเสีย ส่วนเมล็ดที่สุกแล้วเมื่อเก็บมาได้ต้องกะเทาะเปลือกภายใน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนเหล่านี้ต้องการความซื่อสัตย์ของคนที่ทำงานให้เรา ถ้าเราไม่มีความซื่อสัตย์ ไม่มีความใส่ใจ ไม่มีความพิถีพิถันในขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ การจะทำสินค้าให้ได้มาตรฐานโลก จนออกไปส่งขายทั่วโลก จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หัวใจของการจะไประดับโลกคือต้องซื่อสัตย์และพิถีพิถันในทุกขั้นตอนเสมอ
               
หันกลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
ทุกวันนี้เทรนด์การกินกาแฟโลกกำลังเข้าสู่ทิศทางใหม่ คนไม่ได้กินกาแฟเพื่อความอร่อยอย่างเดียว บางคนดื่มกาแฟเพื่อสิ่งแวดล้อม บางคนดื่มเพื่อวัฒนธรรม บางคนดื่มเพื่อรักษาต้นน้ำ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น โลกเปลี่ยนไปแล้ว ความอร่อยของกาแฟแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นรสชาติดีไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะเลือกดื่มของเรา แนวโน้มต่อไปที่จะเกิดคือเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ผู้บริโภคจะหันมาให้ความสำคัญ ดังนั้นการทำหีบห่อก็ต้องตอบสนองความอยากรู้ตรงนี้ ของดอยช้างคนดื่มกาแฟสามารถยิงคิวอาร์โค้ดเข้าไปดูได้ทันที ว่าเจ้าของสวนกาแฟที่เขากำลังดื่มเป็นใคร ช่วยรักษาโลกใบนี้ไว้อย่างไร ในฐานะผู้ขายเราก็ต้องปรับตัวให้ทันกับเทรนด์โลกให้ได้  
 
ควรรู้รายละเอียดก่อนการส่งออกให้ดี
ก่อนส่งออกสินค้าไประดับโลก ต้องควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าเราให้ได้ก่อน จากนั้นเรียนรู้รายละเอียดการส่งออกไปแต่ละประเทศแต่ละทวีปให้ดี เช่นบางประเทศต้องมีแฟร์เทรด มีตราออร์แกนิค ซึ่งไม่ใช่การไปขอตราเท่านั้น แต่ต้องทำสวนกาแฟให้เป็นระบบออร์แกนิคจริงๆ ในวิธีการส่งออก แต่ละกระสอบต้องมีหมายเลขว่าส่งออกกี่ครั้ง ส่งได้ไม่เกินกี่กระสอบ ส่งแต่ละครั้งได้ไม่เกินกี่ตัน ในส่วนของกระสอบก็ต้องได้มาตรฐานที่ต่างชาติกำหนด ตอนเริ่มต้นอาจจะยากสักหน่อย แต่ถ้าเรียนรู้ ทำตามกฎที่เขาขอมาให้ได้ แต่ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้แล้วก็จะไม่ยากอย่างที่คิด