บริการเป็นมิตร คิดแทนใจลูกค้า สร้างให้แบรนด์ยืนยาว

9 มิถุนายน 2561

การขับเคลื่อนธุรกิจครอบครัว และนำพาแบรนด์ครองใจคนมากว่า 114 ปี คงไม่ใช่เรื่องง่ายดายนักสำหรับ ร้านเวชพงศ์โอสถ’ ร้านขายยาเก่าแก่คู่ถนนเยาวราชมานับศตวรรษ จากรุ่นอากงผู้บุกเบิกถูกส่งต่อมาถึงมือรุ่นที่ 3 ‘คุณนก - ณัชชา เวชพงศา’ ผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการต่อยอดธุรกิจ พร้อมกับสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจคนรุ่นเก่า แถมต้องหาวิธีการเพื่อครองใจคนรุ่นใหม่อีกต่างหาก ด้วยฝีมือและชั้นเชิงในการทำธุรกิจนั้นนับว่าไม่ธรรมดา ถ้าอยากขอคำแนะนำดี ๆ น่าสนใจในการทำธุรกิจ
 
Highlight :
  • รักษาความเป็นหนึ่งไว้ให้ยืนยาว ด้วย 5 ข้อนี้ 1) รู้ลึกรู้จริงในธุรกิจตัวเอง 2) ต่อยอดและปรับตัว พร้อมพัฒนาธุรกิจให้ตรงใจลูกค้า 3) รอบคอบ มีการวางแผนทำการตลาดที่ดี 4) รักษาสัมพันธ์ในครอบครัวเพื่อให้ทำธุรกิจอยู่ยืนยาว 5) รักษามาตรฐานและอย่าหยุดพัฒนา
  • Rebranding ธุรกิจเก่าไม่ใช่แค่เรื่องโลโก้ ต้องรู้จักตัวเองให้ดีว่าเราคือใคร มีจุดเด่นอะไรแล้วนำมาใส่เข้าไป นำจุดด้อยมาพัฒนาและสื่อสารกับผู้บริโภคทุกช่องทาง เพื่อให้เขารู้ว่าเราเกิดการเปลี่ยนแปลง
  • บริการเป็นเลิศให้ล้ำเหนือใคร เข้าใจลูกค้าว่ามีความต้องการอะไร ลองคิดแทนว่าตัวเองเป็นผู้บริโภค คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ ชอบหรือไม่ชอบอะไร แล้วนำนวัตกรรมเข้ามาช่วย
  • เตรียมสต็อกให้เพียงพอทุกฤดูกาล นำระบบคอมพิวเตอร์มาจัดการสต็อก ออกแบบโปรแกรมที่ต้องให้เข้ากับระบบสินค้า เพื่อให้วัตถุดิบไม่ขาด จัดการสินค้าให้ดีอย่าให้เสียหาย ให้อยู่ได้ยืนยาวที่สุด ถ้าเกิดมีของเสียของค้างอาจทำให้ขาดทุนได้
 
รักษาความเป็นหนึ่งไว้ให้ยืนยาว
การทำธุรกิจระบบครอบครัวมีขึ้นมีลงเจอมรสุมบ้างเป็นธรรมดา อยู่ที่การปรับตัวให้ผ่านปัญหาไป ข้อแนะนำที่ทำให้ธุรกิจอยู่ได้ยืนยาวต้อง 1) รู้ลึกรู้จริงในธุรกิจแต่ละประเภท ซึ่งมีรายละเอียดต่างกัน ควรทำเป็นและรู้จักทุกตำแหน่ง 2) ต่อยอดและปรับตัว พัฒนารูปแบบการทำธุรกิจ ขยายสาขา เข้าใจและเข้าถึงผู้บริโภค รวมถึงตีโจทย์ธุรกิจออกมาให้ได้ 3) รอบคอบ ควรมีการวางแผนทำการตลาด มีงานวิจัยต่าง ๆ มารองรับ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจยั่งยืนมากขึ้น 4) รักษาสัมพันธ์ในครอบครัว การเป็นธุรกิจกงสีจะมีความละเอียดอ่อน ไม่เหมือนในรูปแบบบริษัท การนำเทคโนโลยีมาใช้ บางครั้งก็ต้องอธิบายให้ผู้ใหญ่เข้าใจและนำองค์ความรู้นั้นมาปรับใช้ 5) รักษามาตรฐานและอย่าหยุดพัฒนา ต้องมีมาตรฐานที่ดีและรักษาคุณภาพให้ได้
 
Rebranding ธุรกิจเก่าให้ปังในคนรุ่นใหม่
การ Rebranding ไม่ใช่แค่เรื่องโลโก้ แต่มีรายละเอียดอื่น ๆ อีก ก่อนอื่นเราต้องรู้จักตัวเองให้ดีว่าเราคือใคร มีจุดเด่นอะไรและใส่เข้าไปเพื่อให้ลูกค้ารับรู้ ต่อมาต้องรู้ว่าโจทย์หรือปัญหาของเราคืออะไร และนำมาปรับปรุงหรือพัฒนา เช่น บางคนมองว่ายาแผนโบราณนั้นเชย ความเชยตรงนี้อาจเป็นวิธีการกิน ก็ปรับเป็นแคปซูลให้ง่ายต่อผู้บริโภคมากกว่า บางคนมองว่ายาแผนโบราณต้องคู่กับคนสูงอายุเท่านั้น จริง ๆ ไม่ใช่ แต่เป็นยาของครอบครัวคนไทยใช้เพื่อดูแลสุขภาพ อย่าง ยาหอม วัยรุ่นก็ทานได้ หน้าที่เราคือต้องลดช่องว่างนี้ สื่อสารให้เข้าใจว่ายาแผนโบราณไม่ได้เชยอย่างที่คิด สุดท้ายคือการสื่อสารกับผู้บริโภค เมื่อเรา Rebranding เปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนรูปแบบต่าง ๆ แล้ว ต้องให้ผู้บริโภครู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราต้องสื่อสารทุกช่องทาง นำ Online Marketing มาปรับใช้ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่รู้ว่ามีเราอยู่ และเราอยากจะเข้าถึงพวกเขา
 
บริการเป็นเลิศให้ล้ำเหนือใคร
นอกจากการ Rebranding ที่เราจะต้องดูภาพลักษณ์ของสินค้าแล้ว อีกสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาก ๆ คือการเข้าใจลูกค้า หรือ Customer Centric คือการเข้าใจถึงตัวลูกค้าว่าเขามีความต้องการอะไร เราต้องซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ เราจะคิดแทนว่าตัวเองเป็นผู้บริโภค คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ เขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ยกตัวอย่าง ยาจีน บางคนบอกว่ายาแผนโบราณ ยาจีนต้องต้ม บางคนก็จะบอกว่าทำยากจังต้มเองเดี๋ยวไหม้ เราเป็นเจ้าแรก ๆ ที่นำเข้าหม้อต้มยาจีนไฟฟ้าเข้ามาช่วยตอบโจทย์การต้มยาจนถึงทุกวันนี้ ในส่วนของยาแพง อย่างเช่น ถั่งเช่า บางคนบอกว่าราคากิโลกรัมละเป็นล้าน เราก็เพิ่ม Line Product ทำเป็นแพ็กเล็ก ๆ ให้จับต้องได้ เข้าถึงง่าย ไม่แพงอย่างที่คิด เรานำของที่มีมาปรับเปลี่ยนแล้วนำนวัตกรรมเข้ามาช่วย อีกสิ่งสำคัญคือ Delivery ส่งมากส่งน้อยเราก็ส่ง เมื่อเราเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภค เราก็สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจได้
 
เตรียมสต็อกให้เพียงพอทุกฤดูกาล
ร้านขายยาจีนต้องมีวัตถุดิบของสมุนไพรจีนและไทยเกือบ 600 ชนิด มีทั้งพืชวัตถุ สัตว์วัตถุต่าง ๆ ปัญหาหลักคือพืชวัตถุ ที่บางอย่างจะมีเป็นฤดูกาล เราเลยนำระบบคอมพิวเตอร์มาจัดการสต็อก ดูว่าของที่ออกเป็นฤดูกาลต้องซื้อเข้าปีละหรืออย่างละเท่าไหร่เพื่อให้วัตถุดิบไม่ขาด มีการออกแบบโปรแกรมที่ต้องให้เข้ากับระบบสินค้า เพราะถ้าจัดการไม่ดีก็อาจทำให้สินค้าที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้กลายเป็นปุ๋ย เป็นสิ่งที่ไม่มีราคาไปเลย การจัดเก็บก็สำคัญเราต้องมีการนำมาคัดล้าง คัดเลือก และวัดอุณหภูมิ ความชื้น ต้องดูแลพวกเขาให้อยู่ในสภาพดีเพื่อจะอยู่ได้เป็นปี สินค้าบางอย่างต้องเข้าตู้เย็นในการจัดเก็บ ก็เก็บแยกประเภทกันไปเลย ถ้าเกิดเราบริหารสต็อกได้ไม่ดี ก็อาจจะเกิด Dead Stock ซึ่งอาจจะทำให้ธุรกิจนั้นขาดทุนได้ ดังนั้นการจัดเก็บเป็นหัวใจสำคัญของ SME ทุกประเภท