ถ่ายภาพให้ดูโปร ง่าย ๆ ด้วยกล้องมือถือ

29 มีนาคม 2561

Highlight 
         
  • ควรถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงธรรมชาติ เพราะจะทำให้ภาพดูสวยงามกว่า และหากมีของประกอบฉากหรือของตกแต่งที่อยู่สูงพอสมควร เช่น ดอกไม้ คุณสามารถนำมาจัดไว้รอบ ๆ อาหารเพื่อสร้างความลึกและมิติในภาพถ่ายได้ อีกทั้งยังทำให้ผู้ชมมองเห็นขนาดของอาหารอีกด้วย
  • อย่ารวมเมนูหรือสิ่งที่ดูสมจริงเกินไปไว้ในภาพ แต่ควรวางผ้าเช็ดปากสวย ๆ หรืออะไรที่คล้ายกันอย่างเหมาะสม วิธีนี้จะทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์คล้ายภาพแบบมุมมองภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมรู้สึกราวกับกำลังประสบฉากนั้นด้วยตนเอง

          การถ่ายภาพอาหารให้สวยงามถือเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอีกทางหนึ่ง เพราะในการตัดสินใจซื้อสินค้าส่วนใหญ่ใช้รูปภาพเป็นองค์ประกอบในการพิจารณา หากผู้ประกอบการถ่ายภาพอาหารได้สวยงาม และเก็บรายละเอียดได้ดี ก็จะช่วยให้ยอดขายเพิ่มได้ ซึ่งทาง SCB SME ได้เชิญ คุณกษิดิส ฌาน Columnist of column "อิ่มปาก", Lips Magazine ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการถ่ายภาพอาหาร โดยมีเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่ายและสามารถทำตามได้ไม่ยาก  

          สิ่งสำคัญในการถ่ายรูปอาหารให้ออกมาดูดีน่ารับประทานนั้น ปัจจัยสำคัญ คือ “แสงธรรมชาติ” ซึ่งการใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายภาพถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ภาพที่ออกมาจากการใช้แสงธรรมชาติจะช่วยให้ได้ภาพถ่ายที่สวย แต่ถ้าหากไม่สามารถใช้แสงธรรมชาติได้ การเปิดไฟให้สว่างเพียงพอสามารถช่วยได้ หรือหากแสงที่ออกมายังไม่ถูกใจ ผู้ใช้อาจจะปรับสมดุลแสงขาวให้ลงตัวมากขึ้นก็ได้ กล้องมือถือบางยี่ห้อมาพร้อมแฟลช จริง ๆ แล้วจะใช้แฟลชช่วยถ่ายก็ได้ และถ้าหากยังมืดเกินไปหรือนำไปใช้ตอนถ่ายภาพข้างนอก (แฟลชเติม) แต่ถ้ากล้องนั้นไม่มีแฟลชให้หลีกเลี่ยงการถ่ายรูปที่หันไปหาแหล่งกำเนิดแสงตรง ๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะมีเงาแถมมาในภาพอย่างไม่ได้ตั้งใจได้

          นอกจากแสงที่มีความสำคัญแล้วการที่ทำให้ภาพดูเรียบง่าย เข้าใจง่าย เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้กับทุกศาสตร์ไม่ว่าจะด้านธุรกิจหรือการสื่อสารเอง การถ่ายภาพก็เหมือนกัน ภาพที่ดูเรียบง่าย ชัดเจน ถือเป็นการสื่อสารกับคนที่ดูภาพให้เข้าใจ เรียบง่ายและลงตัว นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของการจัดองค์ประกอบภาพ เพราะกล้องอย่างสมาร์ทโฟนไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากเลย สิ่งที่เราช่วยกล้องได้มากที่สุดคือเรื่องจัดองค์ประกอบภาพที่ดี ส่วนการทำให้ภาพโดดเด่นขึ้นมานั้น คือการทำให้ภาพมีพื้นที่ว่างเพื่อทำให้เรื่องหลักของเราโดดเด่นขึ้นได้ง่าย ๆ แต่สิ่งที่ต้องมีคือการสื่อสารที่มันจะบอกกับคนดูให้ได้ว่า เรากำลังจะบอกอะไรในภาพ

          อีกสิ่งหนึ่งสำหรับการถ่ายภาพอาหารนั้น ต้องฝึกจัดองค์ประกอบภาพแบบง่าย ๆ โดยใช้วิธีที่ง่ายที่สุดคือ กฎ 3 ส่วน คือ แบ่งภาพออกเป็นตาราง โดยใช้เส้นแนวตั้งหรือนอน 3 เส้น และพยายามจัดองค์ประกอบให้อยู่ในเส้นเหล่านี้  ซึ่งพอเราใช้ทั้งเส้นแนวนอนและตั้งตีลงไปในรูป จะเกิดจุดตัดขึ้นมา เราเรียกว่า จุดตัดเก้าช่อง  เราก็พยายามจุดสำคัญของภาพอยู่ที่จุดตัดทั้ง 4 ก็จะทำให้ภาพสวยขึ้น

          สิ่งสำคัญในการถ่ายภาพอย่างอีกหนึ่ง คือ มือต้องนิ่ง เพื่อภาพจะได้ไม่เบลอหรือไม่ชัดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถึงแม้จะมีเทคนิคแพรวพราว แต่ถ้าถือกล้องไม่นิ่ง ทุกอย่างก็จะจบ นอกจากนี้หากลองเพิ่มแอคชั่นต่าง ๆ ลงไปในการถ่ายรูปอาหาร เมนูไหนที่สามารถแทรกแอคชั่นต่าง ๆ ลงไปได้ หั่นได้ก็หั่น หยิบได้ก็หยิบ คีบได้ก็คีบ เหล่านี้เป็นต้น นอกจากจะเป็นการสื่อให้เห็นถึงเรื่องราวในการรับประทานอาหารแล้ว ยังช่วยให้อาหารดูน่ากินมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

          การเลือกโทนสีก็มีส่วนในการทำให้ภาพออกมาสวย ซึ่งที่นิยมกันคือ การใช้สีโทนอุ่นนั้นเพราะจะทำให้ภาพอาหารดูน่ากินยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารที่จะอร่อยเมื่อกินตอนร้อน ๆ เช่น แกง ซุป ของทอด สีโทนอุ่นจะช่วยทำให้การถ่ายรูปอาหารออกมาดูน่ากิน และดูสดใหม่ เหมือนเพิ่งทำเสร็จออกมาร้อน ๆ กันเลยทีเดียว

          การถ่ายภาพอาหารนอกจากอาหารจะต้องออกมาดูดีแล้ว การใช้ตัวช่วยอย่างเช่น การมีคนในภาพถ่ายอาหารนับว่าเป็นเรื่องดี เนื่องจากจะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและเรื่องราวให้กับภาพถ่าย ซึ่งอาจเพิ่มองค์ประกอบของความตื่นเต้นน่าสนใจลงในภาพถ่ายได้ โดยไม่จำเป็นต้องถ่ายให้เห็นใบหน้าของคน เพียงให้เห็นส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายก็ได้ เช่น มือ อยู่ในเฟรมภาพ และปล่อยที่เหลือให้เป็นจินตนาการของผู้ชม ตำแหน่งที่วางจานไม่ใช่เรื่องสำคัญตราบใดที่ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในฉาก อย่ารวมเมนูหรือสิ่งที่ดูสมจริงเกินไปไว้ในภาพ แต่ควรวางผ้าเช็ดปากสวย ๆ หรืออะไรที่คล้ายกันอย่างเหมาะสม วิธีนี้จะทำให้เกิด effect คล้ายภาพแบบมุมมองภาพยนตร์ ซึ่งจะทำให้ภาพที่ออกมามีความรู้สึกและน่าสัมผัส

          “การถ่ายภาพด้วยมือถือนั้น ใคร ๆ ก็ถ่ายได้ แต่จะถ่ายออกมาแล้วสามารถใช้งานและเรียกแรงดึงดูดจากคนเห็นได้นั้นอาจจะต้องอาศัยประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิคไปเรื่อย ๆ เราจะต้องรู้ว่าภาพที่ถ่ายจะสื่ออะไรให้กับผู้ที่พบเห็น หมั่นฝึกฝนบ่อย ๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเป็นมือโปรได้ไม่ยากแล้ว”