วิถีการเงิน SME บริหารดีการเงินก็รุ่งได้

11 พฤษภาคม 2561

          “ข้อมูลทางการเงิน” เปรียบเสมือนหัวใจของการทำธุรกิจ ธุรกิจที่ขาดทุน ยังไม่ตาย แต่เมื่อไหร่ที่ธุรกิจขาดเงินสด นั่นคือตายสนิท" วิถีการเงินของผู้ประกอบการ SME จึงมีความจำเป็นต้องวางไว้ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อการวางรากฐานที่ถูกต้องและมั่นคงพร้อมกับการเติบโตในอนาคตได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น และเพื่อการบริหารเงิน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้อย่างก้าวหน้า ทาง SCB SME จึงได้เชิญคุณหนุ่ม จักรพงษ์เมษพันธุ์ หรือที่รู้จักในชื่อของ The Money Coach ผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริหารเงินโดยเฉพาะ ทั้งในมุมของชีวิตส่วนตัวและเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมทำ workshop ให้กับผู้ประกอบการ โดยในช่วงเริ่มต้นผู้ประกอบการต้องวางวิถีทางการเงิน ไว้ดังนี้
 

          1. “เงินกับงาน” นั้นเป็นคนละเรื่องกัน อย่าเอาบัญชีกิจการไปปนกับบัญชีส่วนตัว

 
          เมื่อเริ่มต้นกิจการสิ่งแรกที่ควรทำทันทีคือ แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีกิจการออกจากกัน หากแม้แต่ตอนเงินหมุนยังไม่เยอะก็ตาม เพื่อจะได้แยกอย่างชัดเจนว่าอันไหนเงินของธุรกิจ และอันไหนคือเงินที่นำมาใช้จ่าย ทุกอย่างจะดูสับสนไปหมดเมื่อทั้ง 2 บัญชีนี้มารวมกัน คุณจะไม่รู้ว่ารายจ่ายที่จ่ายออกไปมันเป็นส่วนของกิจการหรือตัวคุณเอง และเมื่อไรที่ธุรกิจกำลังเติบโตขึ้นความสับสนจะมากขึ้นไปอีก จนมีตัวอย่างให้เห็นถึงคำว่า “ขายดีจนเจ๊ง”  เพราะบริหารเงินไม่เป็น เอาทุกอย่างมารวมกันหมด จนพบกับความล้มเหลวในที่สุด
 
          2. จำให้ขึ้นใจว่า “บัญชี” คือ “บันทึก” ต้องจดทุกราย
 
          รายรับ รายจ่าย รายได้ รายอะไรก็แล้วแต่ต้องจดทั้งหมด แม้แต่การทำธุรกิจเล็ก ๆ แบบตัวคนเดียวก็ต้องจด เพราะสามารถเอาไปใช้หักภาษีแบบตามจริง กรมสรรพากรได้กำหนดไว้ว่า “หากยังไม่จดทะเบียนบริษัท ก็จะทำธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา สำหรับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผู้ประกอบธุรกิจเหล่านี้สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีได้ 2 รูปแบบคือ อัตราเหมา หรือหักตามจริงได้” การทำบัญชีจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเริ่มทำทันที ยิ่งเริ่มได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น

          3. สิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลกธุรกิจนั้นคือ “ภาษี”
 
          “ภาษี” หากคนทั่วไปแค่ได้ยินคำนี้ก็ทำหน้าเบ้กันแล้ว แต่หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคุณต้องรู้เรื่องนี้ให้มากพอกับการทำเงินเลยทีเดียว เพราะเมื่อต้องจัดการเรื่องภาษี คุณต้องทำ “งบการเงิน” เมื่อรู้งบการเงินก็จะรู้ว่ากิจการคุณเป็นอย่างไรบ้าง และเมื่อรู้ว่ากิจการคุณเป็นอย่างไรก็จะรู้วิธีต่อยอดให้มากขึ้น เห็นไหมครับว่ามันต่อยอดกันมาเรื่อย ๆ ภาษีที่เสียไปคุณสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน ทั้งการประกอบสินเชื่อเพื่อเพิ่มต้นทุนให้ธุรกิจ และการวางแผนทางภาษีอย่างถูกต้อง ทำให้คุณนอนหลับได้อย่างสบาย ไม่ต้องกังวลว่าจะกลัวตรวจสอบเมื่อไร ภาษีจะเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้าของกิจการที่ไม่วางแผน แต่มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายและเป็นประโยชน์มากไปกับผู้ที่วางแผนมาตั้งแต่ต้น “เมื่อไรที่ทำธุรกิจ” นั่นเท่ากับว่า “คุณต้องวางแผนภาษีทันที”
 
          ในช่วงเริ่มต้นหาก SME ใด ไม่มีการบริหารเงินหรือไม่มีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างรอบคอบแล้ว อาจจะมีสิทธิขาดทุน และไม่สามารถนําพาธุรกิจให้ประสบความสําเร็จในอนาคตได้ แต่หากเข้าใจและทำตามเพียง 3 หัวข้อข้างต้นจะเป็นรากฐานของการวางวิถีทางการเงินที่ดี และต่อยอดจนถึงการเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้