ธุรกิจ Startup ควรรู้! มุมมองธนาคารเกี่ยวกับ Corporate Venture Capital ในงาน Startup Thailand

28 เมษายน 2559

จบลงไปแล้วสำหรับงาน Startup Thailand 2016 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท่ามกลางความคับคั่งของบรรดาผู้ประกอบการ และผู้สนใจเข้าร่วมงาน โดยในงานเต็มไปด้วยนวัตกรรมจากหลายบูธ ที่ได้เผยโฉมสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี อีกทั้งยังมีมุมไฮไลท์สำคัญที่ถูกพูดถึงต่อคำถามในอนาคตเกี่ยวกับ ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital) ในงานนี้ด้วย

ก่อนอื่น ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital) หรือ CVC มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับ Startup นั้น เป็นเพราะว่าการทำธุรกิจของกลุ่ม Startup หรือการเปิดบริษัทหนึ่งนั้น อาจจะต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติมในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ธุรกิจเงินร่วมลงทุนนี้เป็นตัวเลือกและมีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในระยะยาว 3-5 ปี ซึ่งการลงทุนก็เหมือนกับการเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของกิจการ

นอกเหนือจากการสนับสนุนทางการเงินแล้ว CVC ยังให้คำปรึกษาด้านการเงิน และช่วยชี้แนะแนวทางด้านต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจที่ร่วมลงทุนสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และจากกระแสดังกล่าวทำให้ธนาคารได้ขยับเข้าสู่พื้นที่ส่วนนี้เพื่อรองรับการเกิดใหม่กับนวัตกรรมของ Startup    

คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงมุมมองของธนาคารต่อ CVC ในการร่วมเสวนาหัวข้อ Corporate Venture Investment Strategy in Startups ว่า

“ธนาคารมองตัวเองแล้วพบว่า ทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิม เทคโนโลยีมาไวมากขึ้น ซึ่งธนาคารได้ตั้งบริษัทใหม่ Digital Venture ขึ้นมา ซึ่งเน้นด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร”



ทว่าในภาพความจริงก็คือ  Startup นั้นต่างมีภาพที่กว้างในหลายมิติ ทำให้บางครั้งการเข้าร่วมลงทุนอาจจะเกิดภาพในหลายด้านมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ทางธนาคารได้เผยมุมมองต่อ CVC กับ Startup ด้านอื่นๆ เพิ่มเติมดังนี้

"มิติของ Startup มีหลายมิติ ดังนั้นเรื่อง R&D กับนวัตกรรมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพียงชั่วข้ามคืน รวมถึงการมองภาพกว้างด้านธุรกิจให้ครบ ซึ่งธนาคารจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จ การที่มี VC แบบนี้ทำให้ธนาคารกล้าลงทุนมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม การทำ CVC นั้นธนาคารเองก็ต้องปรับตัว ทำให้วัฒนธรรมองค์กรแบบธนาคารก็จำเป็นต้องปรับตัวเช่นกัน

“SCB ได้สร้างแล็บไว้ทดลองเทคโนโลยี โดยมีงบ 500 ล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาและวิจัย ซึ่งงบส่วนนี้ผลตอบแทนอาจไม่มี ทำให้ตัดสินใจที่จะทดลองกระบวนการลองผิดลองถูกที่ดีที่สุดคือการแยกบริษัทออกมา การที่จะหวังว่าได้กำไรที่ได้นั้นเป็นเรื่องท้ายๆ แต่เรื่องหลักคือประเด็นการนำเทคโนโลยีมาใช้”



สอดคล้องกับ SCB ที่มี Innovation Center เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคิดริเริ่ม FinTech ในวงการธนาคารไทย รวมถึงการเป็นอันดับ 1 ในแง่ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับ Startup  พร้อมกับการให้คำปรึกษาหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น Branding เรื่อง Innovation เรื่อง Digital Marketing เรื่องธุรกิจร่วมลงทุน หรือแม้แต่ทางด้านเทคโนโลยี

ขณะเดียวกัน ในมุมของ CVC ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ของโลกเสียทีเดียว ซึ่งจากมุมมองของธนาคารมองว่า CVC ในประเทศไทยมีความคืบหน้าไปค่อนข้างเร็ว ธนาคารสนใจด้าน FinTech เพราะสามารถทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น และจะเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจของธนาคารไปมาก ขณะที่ Startup บางแห่งอาจจะมีเงินทุนเยอะ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ ปัญหาของ FinTech คือหาลูกค้าไม่ได้ ซึ่งทางธนาคารอาจจะเข้าไปเสริมให้  ซึ่งในส่วนนี้เรื่องเงินอาจจะไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือใครมีจุดแข็งตรงไหนแล้วเอามาเสริมกันมากกว่า

จะเห็นได้ว่า ในประเทศไทยต่างก็มีการตื่นตัวกับ CVC กันอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยรองรับกลุ่มธุรกิจ Startup ใหม่ๆ เพื่อมาช่วยผลักดันเศรษฐกิจในภาพรวม โดยเฉพาะทางด้านธนาคารที่แต่ละธนาคารก็ให้ความสนใจในเรื่องอนาคตนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นด้าน Payment อย่าง Cash Management หรือ Lending  ซึ่งปัจจุบันนี้ระบบ Payment มีการแข่งขันกันสูงมาก



ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ก็มองเรื่องของ FinTech จะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเพิ่มความสะดวกสบายต่อการใช้งานกับลูกค้าทุกระดับเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ทิ้งท้ายว่า  

"จากกระแส FinTech ที่มาแรงในปัจจุบัน และเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้น ในฐานะผู้ให้บริการทางการเงิน ธนาคารฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในอนาคต เพื่อที่จะสามารถให้บริการทางการเงินให้แก่ลูกค้าของธนาคารฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ธนาคารฯ เล็งเห็นว่าธุรกิจ Startup เป็นธุรกิจที่สามารถนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง จึงเป็นธุรกิจที่ธนาคารฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ และพร้อมให้การสนับสนุนในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในรูปแบบของเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) การให้คำปรึกษา (Mentorship) พันธมิตรทางธุรกิจกับทางธนาคารฯ (Partnership) ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งธนาคารฯ และ Startup ในการพัฒนานวัตกรรมด้านต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจรมากยิ่งขึ้นอีกด้วย"