แค่เข้าใจลูกค้าออนไลน์ จับกระแสตลาดให้ได้ ขายอะไรก็ปัง

27 กุมภาพันธ์ 2560

Hightlight :
  • กระโจนสู่ตลาดก่อนใคร แล้วให้ความรู้กับลูกค้าอย่างจริงใจ ยอมอดทนค่อยๆ ให้ลูกค้ารู้จักเรา พอเราติดตลาดเป็นเจ้าแรกในใจคน เราจะทำยอดขายได้ก่อนใคร
  • ก่อนก้าวสู่โลกออนไลน์ ควรรักและเข้าใจสินค้าที่ขายให้ดี ถ้าเราเข้าใจสินค้าเราดี เรามีเรื่องราวที่เจ้าอื่นไม่มี พอเรานำเสนอออกไป ลูกค้าจะจดจำเราได้
  • ใช้ “ออฟไลน์” เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาให้ลูกค้า ลองมองดูก่อนว่ามีหน้าร้านแล้วทำให้ลูกค้าสะดวกสบายขึ้นไหม ถ้าใช่ก็ไปออฟไลน์ได้เลย
  • ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เราเป็นคนหนึ่งคน ช่วยลดความรุนแรงยามเกิดปัญหาได้ ลูกค้าจะผูกพันกับเราไปเอง และช่วยให้เราข้ามผ่านปัญหาไปอย่างราบรื่น
  • รับมือคนก้อปปี้แบรนด์ของเรา โดยพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุดอยู่เสมอ อย่ากังวลว่าคนจะก้อปปี้ของเรา ให้กลัวว่าเราหยุดอยู่กับที่ดีกว่า
ทุกวันนี้คนรักสุขภาพ คนชอบกินอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Diamond Grains กราโนล่าเจ้าแรกในเมืองไทย ธุรกิจนี้ขับเคลื่อนโดย “คุณอูน - ชนิสรา โททอง” สาวอายุน้อยเพียง 24 ปี ที่ตอนนี้คว้าร้อยล้านไปเรียบร้อย ด้วยยอดขายทางออนไลน์ถล่มทลาย ทั้งๆ ที่ในตอนเริ่มขายผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊คเท่านั้น ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีสายส่ง แต่เธอบากบั่นและจับจุด จับใจลูกค้าได้ชนิดที่ว่าเป๊ะเว่อร์ จนครองใจคนทั้งประเทศได้ แม้ยอดขายออนไลน์จะพุ่งฉิวแล้ว คุณอูนก็ยังไม่หยุดดูแลลูกค้า โดยหันไปทำออฟไลน์เพื่อให้ลูกค้าซื้อของสะดวกสบายขึ้น รักและดูแลลูกค้าจนฐานแฟนคลับไดมอนด์เกรนนั้นขยายไปทุกช่วงวัย วิธีคิดน่าสนใจและดีงามอย่างนี้ คุณอูนมาเปิดเผยฟรีๆ ในงานสัมมนา “The Trend Settingนำกระแส สร้างเทรนด์ สู่ธุรกิจ 100 ล้าน ผ่านตลาดออนไลน์” จัดขึ้นโดย SCB SME
 
กระโจนสู่ตลาดก่อนใคร แล้วให้ความรู้กับลูกค้าอย่างจริงใจ
เมื่อหลายปีก่อน คนไทยยังไม่รู้จักอาหารเพื่อสุขภาพ แต่กระแสที่อเมริกามาสักพักแล้ว พอจับได้ว่ากระแสนี้จะมาเมืองไทย เราควรเข้าไปจับตลาดก่อนเจ้าใหญ่ๆ เข้าไปจับ พอเป็นตลาดใหม่มาก ความยากคือการให้ความรู้กับลูกค้า ว่าทำไมลูกค้าต้องกินของๆ เรา ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาและความอดทน ในการสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาเพื่อบอกให้ลูกค้าเข้าใจและได้ความรู้ ไม่ใช่แค่เรื่องขายของให้ได้ แต่เป็นเรื่องการมอบความรู้ให้ลูกค้าได้มีชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมด้วย
 
ก่อนก้าวสู่โลกออนไลน์ ควรรักและเข้าใจสินค้าที่ขายให้ดี
เราเริ่มต้นจากบริษัทเล็กๆ ไม่ได้มีเงินลงโฆษณาอะไรมากมาย ดังนั้นช่องทางไหนที่ไม่เสียเงิน และติดต่อกับลูกค้าได้โดยตรงเราใช้หมด ทางเราเองมีข้อมูลและความรู้มากมายที่อยากแบ่งปันให้ลูกค้าได้รับรู้ เพราะเราทำสินค้านี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง เราอยากเก็บไว้เป็นดาต้าของเราด้วย พอเราไปบอกเล่าผ่านเฟซบุ๊คหรืออินสตราแกรม ลูกค้าเขาเห็นเขาก็จะส่งผ่านเรื่องพวกนี้ต่อไปด้วยตัวเขาเอง  
 
ใช้ “ออฟไลน์” เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาให้ลูกค้า
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าลูกค้าไม่แฮปปี้เราไม่ต้องทำ อะไรก็ตามที่เรามั่นใจว่าช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ เราต้องทำ ถ้าเรามั่นใจว่าการทำออฟไลน์ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ เราค่อยไปทำ จริงๆ ขายออนไลน์มันก็อยู่ได้ แต่พอความต้องการลูกค้ามากขึ้น ตลาดมันแมสขึ้น จากเดิมทาร์เก็ตเราคือคนรักสุขภาพ แต่พอเริ่มขยายวงออกไปเป็นหลายช่วงวัย บางทีคนสูงอายุเขาไม่ได้ใช้เวลากับโลกออนไลน์เยอะ พอลูกค้าเรียกร้องเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เราตัดสินใจง่ายมาก ว่าเราจะมีหน้าร้านแบบออฟไลน์
 
ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เราเป็นคนหนึ่งคน ช่วยลดความรุนแรงยามเกิดปัญหาได้
เพจของเราจะเป็นการพูดคุยกึ่งคอมมูนิตี้อยู่แล้ว ลูกค้าสามารถเข้ามาพูดคุย เอาอาหารที่ทำมาโพสต์ แล้วพอเขารู้สึกว่าแบรนด์ของเราเป็นเพื่อน เป็นคนหนึ่งคน เวลาเกิดปัญหามันจะช่วยลดความรุนแรงได้ เพราะลูกค้าจะรู้ว่าคนที่ตอบคำถามเป็นแค่คนหนึ่งคนที่นั่งอยู่หลังคีย์บอร์ด ลูกค้ารู้ว่าเราพร้อมดูแลเขาเสมอ ช่วงที่เราเจอปัญหาใหญ่ คือส่งของให้ลูกค้าไม่ทันเพราะข้อมูลในไลน์หายหมด เราแก้ปัญหาโดยส่งของให้ลูกค้าทุกคนในจำนวนมากกว่าที่เขาสั่ง พอลูกค้าเห็นเราแก้ปัญหาอย่างจริงใจ เขาจะพร้อมเป็นเกราะกำบังให้เรา ออกมาปกป้องแทนเรา และยอมรับข้อผิดพลาดของเราได้
 
รับมือคนก้อปปี้แบรนด์ของเรา โดยพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุดอยู่เสมอ
สินค้าที่หน้าตาเหมือนกัน ไม่ได้แปลว่ารสชาติจะเหมือนกัน ทางเราโดนมาเยอะมาก มีสินค้าหลายตัวทำออกมาคล้ายๆ ของเรา วิธีรับมือคือการไม่รับมือ เราทำได้แค่ทำสินค้าเราให้ดีที่สุด ในท้ายที่สุดเราบังคับให้ลูกค้าอยู่กับเราไม่ได้ ถ้ามีใครทำดีกว่าเรา ลูกค้าเขาก็ไปอยู่ดี สิ่งที่เราทำได้คือ ทำสินค้าเราให้ดีที่สุด อร่อยที่สุด มีคุณค่าทางอาหารมากที่สุด และตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่าคู่แข่ง การเป็นเจ้าแรกในตลาด ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันดับหนึ่งในตลาดเสมอไป เพราะในทางธุรกิจมันมีอะไรมากกว่านั้น