รวย... สวนกระแสง่ายๆ ด้วยกลเม็ดขั้นเทพ มัดใจชาวโซเชียล

16 กุมภาพันธ์ 2560

Highlight :
  • “ถ่ายก่อน กินทีหลัง” แชร์ให้ปัง ยอดขายพุ่ง แค่ใช้อาหารที่ขายทำให้เป็น Product Social จับจุดได้รับรองรวย
  • “ทำเลร้านดี ไม่เท่าโปรโมทร้านดี” ใช้โซเชียลให้เกิดประโยชน์ที่สุด ในการโปรโมทร้านที่ทำเลไกลผู้คน หรือจะสร้างร้านบนโลกโซเชียลให้มั่นคงก่อนจะเปิดหน้าร้านจริงจัง
  • เน้นโปรโมทหน้าร้านบนเพจให้มากๆ แล้วรักษาคุณภาพอาหารให้คงที่ ลูกค้าขาจรจะเปลี่ยนเป็นขาประจำ
  • ขยับขยายไปตามสถานการณ์ : ถ้าลูกค้าเพิ่ม ยอดซื้อเพิ่ม ควรพัฒนาคุณภาพอาหารให้ดีขึ้น เพื่อให้ลูกค้าอยู่กับเราไปนานๆ
  • ถ้ากลัวลูกค้ารอคิวนานแล้วเสียอารมณ์ ลองใช้บริการเดลิเวอรี่แก้ปัญหา เพื่อไม่ให้ลูกค้ารู้สึกติดลบกับทางร้าน
 
ธุรกิจร้านอาหารยุคนี้ นับว่าดุเดือดเลือดสาด ใครไม่แน่จริงอยู่ไม่รอด แต่ก็มีหลายร้านที่เริ่มจากการไม่มีหน้าร้าน แต่ได้พลังแชร์จากโลกโซเชี่ยล จนคว้าเงินล้านมาได้สบายใจ หรือถ้ามีหน้าร้านอยู่แล้ว แต่อยากเข็นไปให้ไกลขึ้น ก็ต้องใช้แรงโซเชียลนี่แหละหนุนนำ SCB SME อยากให้คุณรวยสวนกระแส จึงนำเรื่องราวของคุณธนวิทย์ กียะกุล หรือคุณวิน เจ้าของร้าน “ปูยักษ์ เดลิเวอรี” มาเปิดกลเม็ดขั้นเทพเพื่อมัดใจชาวโซเชียล จากงานสัมมนา Wongnai for Business “ปรับธุรกิจอาหาร ให้ก้าวทันโลกยุคดิจิตอล” โดย Wongnai และ SCB SME
 
“ถ่ายก่อน กินทีหลัง” ใช้อาหารที่ขาย ทำให้เป็น Product Social
จากแนวคิดง่ายๆ “ถ่ายก่อน กินทีหลัง” เสริมกับพลังแชร์ในโลกโซเชียล ก็กลายเป็นธุรกิจ "ปูยักษ์ เดลิเวอรี" ขึ้นมาในเวลารวดเร็ว จุดเริ่มต้นการเลือกสินค้ามาขาย คือเห็นเพื่อนถ่ายรูปปูยักษ์อยู่นาน เพื่อจะไปแชร์ให้โลกโซเชียลเห็น เกิดไอเดียให้คุณวินขายปูยักษ์ผ่านโซเชียล โดยโพสต์ขายเล่นๆ วันแรกได้แค่ 4 ตัว แต่พอลูกค้าทั้ง 4 คน “แชร์” ขึ้นเฟซบุ๊ค เกิดการบอกปากต่อปาก ปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในทุกวัน เคล็ดลับคือ “ทำสินค้าให้เป็น Product Social” ใครเห็นเป็นต้องอยากถ่าย อยากแชร์อวดให้ชาวโลกเห็น
 
ทำเลร้านดี ไม่เท่าโปรโมทผ่านโซเชียลดีๆ
 “ทำเลร้านดี ไม่เท่าโปรโมทร้านให้ดีก่อน” ถ้าโปรโมทช่องทางดี มีพาร์ทเนอร์ดี ถึงอย่างไรร้านก็ไปได้ ข้อจำกัดของคนทำธุรกิจใหม่ๆ คือทุนไม่พอจะหาทำเลทอง หรือคำนวณค่าใดๆ ออกมาแล้ว ต่อให้ขายดีขนาดไหนก็ไม่คุ้มกับค่าเช่า การใช้โซเชียลเป็นทางแก้เกมคือ หาทำเลตามงบที่มี อาจจะนอกเมืองสักนิด แต่ใช้พลังโซเชียลอย่างคอมมูนิตี้อาหารช่วยโปรโมทร้าน แต่อีกทางที่น่าสนใจคือ ขายของบนโซเชียลให้สตรอง ให้คนติดเราก่อน จากนั้นค่อยๆ สะสมทุนรอน แล้วมองหาทำเลที่เหมาะกับงบเพื่อเปิดหน้าร้าน
 
เน้นโปรโมทหน้าร้านในเพจให้มาก แล้วรักษาคุณภาพอาหารให้คงที่
โพสต์สินค้าในเพจ ยอมจ่ายค่าสปอนเซอร์ให้เฟซบุ๊ค และ Google Ads เพื่อเรียกลูกค้า พร้อมใช้พาร์ทเนอร์อย่างคอมมูนิตี้อาหารช่วยอีกแรง ทำอย่างนี้ลูกค้าจะเห็นคุณเพิ่มอีกหลายเท่าตัว ขอให้รักษาคุณภาพอาหารให้ดี ลูกค้าที่เข้ามาเขาจะกลายเป็นลูกค้าขาประจำของคุณไปเอง แต่สำหรับการยิงโฆษณาออกไป ควรดูเวลาที่ยิงออกไปด้วย เลือกเวลาที่ลูกค้าของเราเสิร์ชดูมากที่สุด และลูกค้าเข้าร้านเราช่วงไหน ถ้าลูกค้าเข้าช่วงเที่ยง ให้ยิงโฆษณาช่วง 11 โมง เพื่อให้เขาเสิร์ชแล้วเจอร้านเราพอดี อีกช่วงคือ 4 โมงเย็น ลูกค้าจะคุยเรื่องอาหารเย็น ให้ยิงไปช่วงนั้น แต่จะลงเงินในส่วนนี้กี่บาทนั้น ดูให้เหมาะสมกับกำไรที่เราได้ ทางร้านปูยักษ์ใช้งบจากกำไรไป 10-20% ในการทำการตลาดส่วนนี้
 
ขยับขยายไปตามสถานการณ์ เพื่อเพิ่มคุณภาพอาหาร
ตอนแรกปูยักษ์ร้านคุณวิน ก็ซื้อต่อจากเจ้าอื่นมาเหมือนที่หลายร้านทำ แต่พอจำนวนคนสั่งเยอะขึ้น มีความต้องการมากขึ้น คุณวินจึงผันตัวเองมาเป็นคนนำเข้าเอง จึงสามารถควบคุมราคาและความสดได้ อาหารทะเลมีจุดขายอยู่ที่ความสดและราคา เนื้อปูยักษ์ร้านคุณวินไม่เค็ม ไม่คาว เพราะคุณวินนำเข้ามาเอง มีบ่อพักปูอย่างดี ไม่ต้องดองน้ำทะเลเข้ามา ปูจึงสดหวานกว่าเจ้าอื่น แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องกระโจนมาทำตรงนี้ได้เลย ควรดูจากยอดขายก่อนว่าสม่ำเสมอ ต่อเนื่องพอที่จะลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่
 
ถ้ากลัวลูกค้ารอคิวนาน ลองใช้เดลิเวอรี่แก้ปัญหา
บางร้านอาจดีใจที่ลูกค้ามารอแน่นร้าน แต่ก็ประสบปัญหาเทิร์นโต๊ะไม่ทัน ลูกค้ารอนานจนเซ็งบ้าง ถ้าถึงขั้นหงุดหงิดทนไม่ไหวก็เอาไประบายลงโลกโซเชียล กลายเป็นความรู้สึกติดลบวงกว้างกับร้านไปเลย คำแนะนำดีๆ จากร้านปูยักษ์คือ แนะนำให้ลูกค้าสั่งเดลิเวอรี่ไปเลย ถ้าหากเห็นว่าโต๊ะในร้านเต็มแล้ว การกินปูนั้นต้องใช้เวลาและความเป็นส่วนตัว การมีลูกค้ามายืนรอกดดัน อาจทำให้ลูกค้าที่นั่งก่อนรู้สึกกดดัน ถ้าลูกค้าโทรมาจองโต๊ะ แต่ร้านเต็มแล้วก็ให้เปลี่ยนใจลูกค้าสั่งเดลิเวอรี่ หรือไปสาขาอื่นที่ใกล้เคียงแทน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีที่สุดในการมาร้านเรา